Artist’s letter หนทางแห่งโพธิสัตว์

Artist’sLetter หนทางแห่งโพธิสัตว์ ขอพูดถึงหนังสารคดีสั้นเรื่อง Tashi and the Monk อีกสักนิดจากมุมมองของการแต่งเพลง ซึ่งจากบทจริงแห่งชีวิตของอาม่าได้สร้างความสั่นสะเทือนภายในจิตใจของเราอย่างมาก จากเสียงที่ฮึมฮัมอยู่ในลำคอจนฟังไม่ได้ศัพท์ กระทั่งได้ยินเป็นคำพูดในเวลาไม่ช้าไม่นานนั้น ได้เปลี่ยนแปลงสภาวะภายในจิตใจของเราไปตลอดกาล เราเองก็ได้ยินมนตราบทนี้แม้ไม่นานนัก แต่ก็นานพอที่จะทำให้เราได้รู้สึกคุ้นเคย บางคราวเมื่อเผลอเสียงของมนตราบทนี้ก็บ่นพร่ำท่องพึมพำไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว แต่ไม่เคยมีครั้งใดเลยที่จะเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งกินใจถึงพลานุภาพของ โอม มณี เปเม ฮุม เท่ากับเสียงที่ฟังไม่ได้ศัพท์จากอาม่าในหนังเรื่องนี้ จึงทำให้เกิดความรู้สึกภายในใจขึ้นมาว่าเราจะนำมนตราบทนี้ถ่ายทอดออกมาได้อย่างไรบ้าง น้อยที่สุดหากแม้สามารถสื่อสารให้ผู้ใดก็ตามได้สัมผัสถึงสิ่งนี้ ก็ขอให้บังเกิดโพธิจิตเติบโตงอกงามภายในใจแห่งนั้น กอปรกับเข้าใจว่ามนตราบทนี้ได้ถูกจัดทำขึ้นมาแล้วอย่างแพร่หลายทั่วโลก ครั้นนำมาเพียงใส่ทำนองก็คงไม่น่าจะแตกต่างจากบทสวดที่มีอยู่แล้ว แรงจูงใจที่จะนำมนตราบทนี้มาทำขึ้นใหม่ก็ด้วยตั้งใจให้ชีวิตทั้งหลายได้สัมผัสถึงสิ่งเดียวกันกับที่เราได้รับรู้ ความงดงามนี้คงได้ส่งมอบผ่านจากใจสู่ใจ เราจึงได้ปรึกษากัน ช่วยกันค้นหาความหมายที่เชื่อมโยงมนตรานี้ให้หยั่งถึงโพธิจิตในใจ จากจุดนี้เองนำพาเรากลับไปค้นคว้า ค้นหาลึกเข้าไปในคำว่าโพธิสัตว์ จนได้มาพบหนังสือ The way of Bodhisattva ของท่าน Shantideva และด้วยความซาบซึ้งกินใจของเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ เราได้เลือกนำ “บทการตั้งจิตแห่งโพธิสัตว์” ในหนังสือมาผนวกรวมกับบทมนตรา “โอม มณี เปเม ฮุม” แม้ไม่แน่ใจเลยว่าการนำบทมนตราและบทการตั้งจิตแห่งโพธิสัตว์มาเชื่อมรวมกันเช่นนี้ผิดถูกหรือไม่เพียงไรในการสื่อสารความหมาย แต่ก็เชื่อมั่นในความตั้งใจอันบริสุทธิ์ที่ได้ทำให้เราก้าวข้ามผ่านกำแพงความถูกผิด ก้าวข้ามผ่านความเคลือบแคลงสงสัยในใจ ก้าวข้ามผ่านเหตุปัจจัยในทุกๆอย่าง จนเหลือเพียงจิตที่ตั้งใจหวังให้ทุกสรรพชีวิตได้สัมผัสในสิ่งเดียวกัน สัมผัสถึงพลานุภาพแห่งการเยียวยาจิตใจภายใต้มนตราบทนี้ โอม มณี เปเม ฮุม https://youtu.be/Wb1j6qcNDc0 Artist’s …

Read moreArtist’s letter หนทางแห่งโพธิสัตว์

  
      

Shoot & Share # 1

Shoot & Share#1 ปี 2018 เป็นปีที่พวกเราวางแผนว่าจะกลับไปเดินจาริกที่ภูเขาไกรลาสกันอีกสักครั้ง เนื่องจากทุกคนที่จะร่วมทางกันไปได้เคยเดินทางไปเขาไกรลาสกันมาแล้ว เมื่อมานั่งช่วยกันทบทวนและคิดว่าเราควรทำอย่างไรให้การเดินทางสมบูรณ์ขึ้น รวมทั้งทำในสิ่งที่เราเห็นว่าขาดหายไปในการเดินทางที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่เห็นพ้องกัน คือการถ่ายรูป ในแต่ละทริป เราถ่ายรูปมากมายเหลือเกิน แต่รูปที่ถ่ายกลับมานั้นเกิดคุณค่าอะไรได้บ้าง เราดูเอง? เราแบ่งเพื่อนฝูงดู? เราถ่ายทุกอย่างรวมทั้งผู้คนที่ผ่านเข้ามา แต่เราก็ไม่เคยส่งรูปกลับไปให้บุคคลในรูป ทำได้อย่างมากก็ชวนกลุ่มเด็กๆ ดูรูปในกล้องด้วยความสนุกสนานก่อนแยกย้ายกันไป คิดกันว่าคราวนี้เราจะลองใหม่ เราจะมอบรูปที่เราถ่ายให้กับผู้ร่วมทาง โดยเฉพาะผู้ที่มาจาริก การมาเขาไกรลาสน่าจะเป็นช่วงเวลาพิเศษช่วงหนึ่งในชีวิตของผู้ศรัทธา แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มีกล้องมากัน หากเขาได้มีรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกก็น่าจะมีประโยชน์อยู่บ้าง จึงเป็นที่มาของโครงการ SHOOT and SHARE แม้เป็นโครงการเล็กๆ ที่ลองทำเป็นโครงการแรก แต่มีกัลยาณมิตรใจดีเข้ามาร่วมโครงการนี้มากมาย เพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายเครื่องพิมพ์รูปและฟิล์ม INSTANT รูปถ่ายชุดแรกเริ่มต้นขึ้นที่วัดเล็กๆในเมือง Kyirong ซึ่งเป็นเมืองแรกที่พวกเราหยุดพักหลังจากข้ามพรมแดนมาจากเนปาล เริ่มถ่ายกันแบบเกร็งๆ พูดกับคนที่นั่นก็ไม่รู้เรื่อง พยายามสื่อสารกับแม่ชีที่ดูแลวัด ว่าเราถ่ายรูปให้นะ สถานการณ์เริ่มดีขึ้น แม่ชีเข้าใจแฮะ พอเห็นรูปที่ออกมาท่านก็เริ่มยิ้มแย้มชวนเพื่อนๆแม่ชีมาอีก เราถ่ายรูปให้คุณยายที่นั่งสวดมนต์พร้อมหมุนกงล้อที่หน้าวัด คุณยายดูขรึมมาก เมื่อเราส่งรูปให้ นึกไม่ถึงว่ายายจะเบิกบานสดใสขึ้นมาและขอบคุณด้วยน้ำตาแห่งความดีใจจนทำเราน้ำตาซึมไปด้วย มีเด็กๆ และครอบครัวที่มาทำบุญที่วัดมาขอให้ถ่ายรูปครอบครัว เห็นพวกเขาชวนกันดูรูปอย่างมีความสุขแล้วทำให้บ่ายธรรมดาๆของวันนั้นกลายเป็นวันที่พิเศษมากสำหรับเราไปเลย รวมทั้งมั่นใจขึ้นมาด้วยว่าโครงการนี้มันไปได้จริงๆด้วย จากนั้นพวกเราได้มีโอกาสถ่ายรูปให้ผู้คนตลอดการเดินทางและผู้จาริกที่ไกรลาส เราจำได้ทุกคน …

Read moreShoot & Share # 1

  
      

ภูเขาไกรลาส

Kailash Mountain คำพุทธพยากรณ์กล่าวว่า ภูเขาหิมะแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของโลก ที่ซึ่งสิงโตหิมะเต้นรำ ยอดเขานั้นเป็นดั่งสถูปแก้ว สวรรค์สีขาวเปล่งประกายของพระเต็มชก ภูเขาหิมะที่ล้อมรอบไกรลาสอยู่นั้น ล้วนเป็นสถานแห่งอรหันต์ทั้งห้าร้อย ที่ซึ่งเทพทั้งแปดเหล่าล้วนสักการะ รายล้อมไปด้วยเนินเขาและบึงน้ำ อุดมไปด้วยพืชพรรณหอมอบอวล ต้นกำเนิดทิพยโอสถ ถิ่นแห่งโยคีผู้บรรลุธรรมทั้งหลาย ณ ที่นี้เอง จักเป็นที่สำเร็จซึ่งสมาธิ ไม่มีที่ใดประเสริฐกว่านี้อีกแล้ว ไม่มีที่ใดมหัศจรรย์กว่านี้อีกแล้ว =มิลาเรปะ= เรื่องราวแห่งภูเขาไกรลาส เขาไกรลาสเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญซึ่งพระอาจารย์มาร์ปะได้กำชับไว้ให้ท่านมิลาเรปะเดินทางมาภาวนา เพื่อเป็นการเชื่อมโยงและรำลึกถึงท่าน เราจึงได้เดินทางไปเพื่อจาริกและถ่ายทำภาพของเพลงสังสารเสสรวลที่นี่ ไกรลาสมีหลายชื่อเรียกและมีหลายตำนานความเชื่อ และคงเป็นไม่กี่สถานที่ในโลกที่เป็นศูนย์รวมศรัทธาจากผู้คนในหลายศาสนา ผู้ศรัทธากล่าวถึงเขาไกรลาสว่าเป็นดั่งเขาพระสุเมรุ ศูนย์กลางแห่งจักรวาล เป็นแกนเชื่อมต่อโลกมนุษย์กับสวรรค์ หรือโลกกายภาพกับโลกทางจิตวิญญาณ เขาไกรลาสยังมีรูปทรงคล้ายปิรามิดและยังมีความแปลกที่ทั้งสี่ด้านของภูเขานั้น หันตรงไปยังทิศทั้งสี่ตามเข็มทิศ และที่ตั้งของไกรลาส อยู่ห่างจากขั้วโลกเหนือเป็นระยะทาง 6,666 กม. อยู่ห่างจากขั้วโลกใต้ 13,332 กม. (สองเท่าของระยะจากขั้วโลกเหนือ) และอยู่ห่างจาก Stonehenge เป็นระยะทาง 6,666 กม.เช่นกัน Credit Picture : Google Earth ชาวพุทธวัชรยานเชื่อว่าที่นี่เป็นที่ประทับของพระยีตัมองค์สำคัญคือพระเต็มชก (จักรสัมวระ) ซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนีปางพิโรธและพระฑากินีวัชรวราหิ และสำหรับชาวพุทธเพิน เชื่อว่าที่นี่เป็นที่ประสูติของพระพุทธเจ้าเติมปา …

Read moreภูเขาไกรลาส

  
      

เบื้องหลังบทเพลง – สนทนากับอาจารย์ประมวล

Behind the scenes: สนทนากับอาจารย์ประมวล ในบทเพลงแห่งมนตราปรัชญาปารมิตา ในช่วงปลายปี 2017 ระหว่างที่เรากำลังพยายามทำบทเพลงแห่งมนตราปรัชญาปารมิตากันนั้น ได้มีโอกาสสนทนากับอ.ประมวลหลายครั้ง เมื่อย้อนไปในการทำงานในช่วงเริ่มแรก หลังจากทีมงานได้เลือกมนตรานี้ขึ้นมาทำเป็นเพลง และได้ใช้ความพยายามกันอย่างเต็มที่แล้วในการอ่านปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตรหลายๆบทแปลเท่าที่จะหาได้ จนมินท์ทำเนื้อและทำนองเพลงออกมา เมื่อทบทวนกันไปมาก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าแม้พวกเราจะมีศรัทธาในบทมนตร์นี้มากเท่าใด แต่องค์ความรู้ทางธรรมที่น้อยนิดของเราเองอาจทำให้ตีความและสื่อความอะไรที่ผิดเพี้ยนจากเนื้อหาของพระสูตรไปในบทเพลง จึงน่าจะไปขอความรู้จากครูบาอาจารย์ เมื่อนึกได้เช่นนี้ก็ระลึกถึงอาจารย์ประมวลขึ้นมาทันที เพียงด้วยว่าได้อ่านหนังสือ ไกรลาส การจาริกบนวิถีแห่งศรัทธา ที่อาจารย์ได้บันทึกประสบการณ์การจาริกที่นั่น และบทมนตรา คะเต คะเต ปาระคะเต ปาระสังคะเต โพธิ สวาหา ปรากฏขึ้นเป็นบรรทัดสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้ ก็เลยคิดกันไปเองว่าอาจารย์ต้องให้ความสำคัญกับมนตราบทนี้บ้างแน่ๆ และก็เพิ่งจะมารับรู้กันในภายหลังเมื่ออาจารย์เล่าถึงความผูกพันกับมนตราปรัชญาปารมิตาในตลอดชีวิตของท่าน ความเมตตาของอาจารย์ที่ให้เวลากับการทำเพลงนี้คงไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ อาจารย์ไม่เพียงให้ความใส่ใจในรายละเอียดของทุกถ้อยคำของเพลงและภาพที่ถ่ายทอดความหมายของบทมนตร์ แต่อาจารย์อยากให้เราเข้าใจหัวใจของปรัชญาปารมิตา เข้าใจการพ้นจากความคิด เข้าใจความว่าง ดังที่อาจารย์ย้ำในการทำงานนี้เสมอว่า ขอให้ทำขึ้นมา ความหมายอะไรบางอย่างจะถูกเปิดเผยออกมา โดยเฉพาะขอให้ทำด้วยจิตที่ไม่ไปขึ้นอยู่กับผล แต่เรามีความสุขกับการได้ทำสิ่งนี้ เมื่อมีความสุขจะเกิดปรากฏการณ์ที่เราเห็นมัน และเราจะรู้เองว่าเราจะต้องทำอะไร อย่าตั้งความหวังกับสิ่งที่เป็นผล ขอให้ตั้งใจในสิ่งที่ทำ นี่เป็นหัวใจของปรัชญาปารมิตา เพราะปรัชญาปารมิตาสอนให้พระโพธิส้ตว์ได้รู้ว่า แม้นพระโพธิสัตว์จะได้ช่วยสรรพสัตว์อันเป็นอเนกมากมาย แต่ขอให้เกิดความรู้สึกว่าไม่ได้ทำอะไร เพราะว่าถ้าคิดว่าได้ทำก็ยังเป็นปัญหาอยู่ดี พวกเราได้แต่ทดแทนคุณของอาจารย์โดยการทำงานให้ดีที่สุดด้วยความหวังว่าบทเพลงจะไปสู่ผู้ฟังอย่างที่ท่านตั้งใจ และเมื่อย้อนกลับไปฟังบทสนทนากับอาจารย์ก็รู้สึกว่าทุกถ้อยคำมีคุณค่าอย่างยิ่ง บางสิ่งที่อาจารย์ได้บอกไว้ก็ต้องใช้เวลากว่าจะปรากฎในความเข้าใจ หลายสิ่งเพิ่งมาเข้าใจเอาวันนี้ก็มี เราได้พยายามบันทึกบทสนทนาไว้ …

Read moreเบื้องหลังบทเพลง – สนทนากับอาจารย์ประมวล