The Song of Prajnaparamita

บทเพลงแห่งมนตราปรัชญาปารมิตา

All Sound Produce & Programming by
Mint Traetulakarn

Written, Compose & Arranged by
Mint Traetulakarn

คำร้อง ทำนอง เรียบเรียง มินท์ แตรตุลาการ

BASED ON Prajñāpāramitāhṛdaya

Chinese flute
Virat Charatworaluk
วิรัช จรัสวรลักษณ์

Udu
Kriangsak Sudawannasak (Yong NaiveNaive)
เกรียงศักดิ์ สุดาวรรณศักดิ์

Piano
Mint Traetulakarn
มินท์ แตรตุลาการ

ADVISOR
Dr. Pramuan Pengchan
ดร. ประมวล เพ็งจันทร์

Executive Producer
Sutthana Vichitrananda
ศุทธนา วิจิตรานนท์

Cinematographer and Film Editor
Mint Traetulakarn

Copyright 2017 by MINT TRAETULAKARN. All Right Reserved.

เนื้อร้องของเพลงนี้เป็นเนื้อหาของปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร

ซึ่งว่าด้วยการภาวนาเพื่อให้เกิดโลกุตรปัญญา (ปรัชญาปารมิตา)

อันจะนำพาผู้ภาวนาให้ข้ามพ้นอุปสรรคขัดข้องทั้งปวง

ไปสู่ความเบิกบานในการรู้แจ้งอารมณ์ ณ ปัจจุบันขณะ

อ. ประมวล เพ็งจันทร์

Artist'sLetter

บทเพลงแห่งมนตราปรัชญาปารมิตา

บทเพลงแห่งมนตราปรัชญาปารมิตา บทเพลงแห่งความว่างที่ปราศจากความรู้คิดใดๆ

ในช่วงปี 2017 ได้มีโอกาสฟังธรรมจากพระอาจารย์ จองซาร์ จัมยัง เคียนเซ ริมโปเช และได้เข้ารับศีลโพธิสัตว์ การฟังบรรยายในครั้งนั้นช่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความหมายและความรู้สึกดี สิ่งหนึ่งที่ติดแน่นอยู่ในห้วงแห่งความนึกคิดคือคำว่า “ความว่าง” หรือที่พระอาจารย์ จองซาร์ ใช้คำว่า “Emptiness”… 

อวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ผู้บำเพ็ญซึ้งแล้วซึ่งปัญญาปารมิตาได้เห็นแก่นแท้แห่งธรรมชาติแห่งขันธา เป็นความว่างเหตุนั้นจึงก้าวข้ามผ่านพ้นล่วงห้วงแห่งทุกข์ทั้งปวง

สารีบุตรปุจฉา ทำอย่างไรหากใครใคร่รู้หนทางสู่ความว่าง พระโพธิสัตว์วิสัชนาปารมิตานั้น จักต้องมองแท้จริงขันธ์ทั้งห้า และความว่างเป็นเช่นไร

สารีบุตร สดับฟัง รูปคือความว่าง ความว่างก็คือรูปนั้น ว่างไม่อื่นไปจากรูป รูปไม่อื่นจากความว่าง สิ่งนั้นเวทนา สัญญา สังขาร และวิญญา เป็นเฉกนี้เอง

สารีบุตร สดับฟัง ธรรม คือ ธรรมชาติแห่งความว่างเปล่า ไม่เกิด ไม่ดับ ไม่หมอง ไม่ใส ไม่เพิ่ม ไม่ลด เช่นนั้น ความว่างไม่มีรูป จึงหมด เวทนา สัญญา สังขาร หรือ วิญญาณ

ไม่มีจิต ไม่มีรูป รส กลิ่น เสียง ไม่มีตา ไม่มีหู จมูก ลิ้น กาย ไร้อารมณ์ปรุงแต่งตามจินตคิด ไร้ซึ่งโลกผัสสะแห่งดวงตา ดวงใจ และวิญญาณ

ไร้ซึ่งความรู้อันไม่มีประมาณ ไร้ซึ้งกาละแห่งความไม่รู้แจ้งจริง ไร้ซึ่งความชราและมรณา จึงจบลงซึ่งสังสาร เกิด แก่ และ ตาย

ไม่มีทุกข์ ต้นเหตุแห่งทุกข์ และทางแห่งการสิ้นทุกข์ สุดเขตขอบแห่งการแจ้งรู้ สุดปลายทางแห่งการบรรลุ เพราะไม่มี เพราะสุญแล้ว

อวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ผู้วางใจซึ้งในปัญญาปารมิตา จิตอิสระไม่หวั่นไหวจึงจรไกล ไร้อุปสรรคนานา ความกลัวดั่งสุญก้าวล่วงพ้นไปจากมายาเสมือนเพียงภาพที่ลวงตา

พระผู้ล่วงนิพพานในสามโลกกาล ผู้วางใจซึ้งในปัญญาปารมิตา ได้ตื่นในความตื่นรู้ไม่มีสิ่งใดยิ่งกว่า ต่างสัมผัสด้วยปัญญานี่คือโพธิญาณที่เหนือกาลสูงสุดแห่งปัญญา

มหามนตราอันศักดิ์สิทธิ์ มหามนตราแห่งความว่างอันยิ่งใหญ่ มหามนตราอันศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีมนต์ใดยิ่งใหญ่กว่า ดับแล้วซึ่งทุกข์ทั้งปวง คือสัจจะ คืออิสระแห่งปัญญา ไร้เท็จไร้จริง

จงเปล่งเสียงมนต์ภาวนา ปรัชญาปารมิตา

คเต คเต ปารคเต ปารสังคเต โพธิ สวาหา

Avalokiteshvara Bodhisattava when practicing the profound Prajnaparamita, perceived the five skandhas to be empty, and crossed beyond all suffering.
 
Venerable Shariputra said, how ones should practice such path of wisdom. Avalokiteshvara answered, to practice the profound prajnaparamita should see the five skandas and emptiness.
 
Listen Shariputra, form is emptiness and emptiness is form, Form is no other than emptiness, emptiness is no other than form. The same is true for feelings, perceptions, mental formations, and consciousness.
 
Listen Shariputra, dharma is the phenomenon of emptiness. No birth, no cessation, no defiled, no purity, no increase, no decrease. In emptiness there is no form, thus no feeling, perception, mental formation, and consciousness.
 
No mind, no form, no taste, no smell, no sound, no eye, no ear, no nose, no tongue, no body, no objects nor fabrication of mind, no elements of sight, mind, and consciousness.
 
No non-ignorance, no ignorance. No old age and death, thus no extinction of birth, old age, and death.
 
No suffering, cause of suffering, and path to end suffering. No attainment or non-attainment, because of emptiness.
 
Avalokiteshvara Bodhisattava who abides in prajnaparamita the mind is free and not obscured, see no more obstacles. There is no fear, transcending from the false of illusions.
 
Buddhas of the three times who abide in prajnaparamita, are awaken to the unsurpassed enlightenment, thus realize that this is the Perfection of Wisdom.
 
The great transcendent mantra, the great mantra of emptiness, The utmost mantra, the highest mantra, cease all sufferings.
 
Is the truth, the transcendent wisdom surpassing true and false.
 
Let us proclaim the mantra of Prajna Paramita
 
Gate Gate Paragate Parasamgate Bodhi Svaha

การเดินทางและสถานที่ถ่ายทำ

ถ่ายทำจากสถานที่สำคัญทางพุทธประวัติในประเทศอินเดีย ได้แก่ เขาคิชฌกูฏ พุทธคยา แม่น้ำเนรัญชรา
นาลันทา และเวฬุวนาราม

“เขาคิชฌกูฏ” สถานที่สำคัญในพุทธประวัติซึ่งเป็นต้นกำเนิดของ ปรัชญาปารมิตาสูตร

เรื่องราวของพระถังซำจั๋ง (หรือท่านสมณะเสวียนจ้าง) และปรัชญาปารมิตา

มหาปรัชญาปารมิตาสูตรเป็นพระสูตรที่ท่านสมณะเสวียนจ้างใช้เวลา 4 ปี สุดท้ายของชีวิตเพื่อแปล
ก่อนที่ท่านจะมรณภาพในปีค.ศ. 664
และเป็นหนึ่งในพระสูตรของมหายานที่เป็นที่แพร่หลายที่สุดในเอเชียตะวันออก

เราเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นในนาลันทาเพื่อรำลึกถึงท่าน
พบว่าในพิพิธภัณฑ์ให้ความสำคัญกับความเชื่อมโยงของท่านสมณะเสวียนจ้างกับปรัชญาปารมิตาเป็นอย่างมาก
ภายในมีองค์พระปรัชญาปารมิตาขนาดใหญ่ที่กลางฝาผนังด้านหลังรูปปั้นของท่าน
และด้านนอกมีระฆังซึ่งสลักมนตราปรัชญาปารมิตาไว้จนทั่ว

ผู้คนส่วนใหญ่รู้จักพระถังซำจั๋งผ่านเรื่องราวการเดินทางอันโลดโผนของท่านในนิยายไซอิ๋วซึ่งแต่งขึ้นจากชีวประวัติของท่าน
ท่านสมณะเสวียนจ้างได้การเดินทางผ่านเส้นทางหฤโหดจากจีนมาถึงอินเดีย
ท่านอยู่ศึกษาที่มหาวิทยาลัยนาลันทาและเดินทางอยู่ในอินเดียยาวนานถึง 17 ปี
เดินทางกลับไปประเทศจีนพร้อมพระสูตรทั้งมหายานและเถรวาทกว่า 600 ม้วน และเริ่มแปลคัมภีร์เหล่านั้น

จดหมายเหตุที่ท่านบันทึกไว้ในช่วงที่ท่านเดินทางจาริกในอินเดียกลายเป็นบันทึกที่สำคัญทางประวัติศาสตร์
ซึ่งต่อมาบันทึกของท่านก็เป็นข้อมูลสู่การขุดค้นและสำรวจทางโบราณคดีของเซอร์อเลกซานเดอร์ คันนิ่งแฮม
จนกระทั่งพบสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาในอินเดียมากมายรวมทั้งในนาลันทา

ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร

แปลจากฉบับภาษาสันสกฤต โดย อ.ประมวล เพ็งจันทร์

ขอนอบน้อมแด่พระแม่ปรัชญาปารมิตาพระพุทธมารดา

สังสารเสสรวล

 
Listen to the music
 

หนทางแห่งโพธิสัตว์

 
Listen to the music