Cinematographer's Corner สังสารเสสรวล ด้วยแรงบันดาลใจจากแก่นธรรมของท่านมิลาเรปะ จึงเป็นความตั้งใจที่จะไปยังสถานที่ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับท่าน ...
Artist'sLetter
สังสารเสสรวล
ย้อนไปเมื่อปี 2017 ที่พวกเราทีมงานได้มีโอกาสเดินทางไปในสถานที่หลายแห่งที่ล้วนมีเรื่องราวที่น่าสนใจ และเราได้รับสิ่งดีๆ มากมาย ระหว่างทางได้มีการพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และมีความตั้งใจตรงกันว่าจะนำแก่นสาระแห่งคำสอนและบทธรรมคัมภีร์มาทำเป็นบทเพลง สื่อสารและถ่ายทอดออกมาในหลากหลายรูปแบบ เท่าที่พวกเราจะพอมีกำลังและความสามารถ
บทเพลงแห่งเทือกเขาหิมะจากคำสอนของท่านมิลาเรปะเป็นบทแรกสุดที่มีความตั้งใจจะสร้างสรรค์ออกมาให้เป็นบทเพลง สาระของบทนี้อยู่ในหนังสือ Thousand Songs of Milarepa ซึ่งเมื่ออ่านมาจนถึงบทนี้ก็มีความรู้สึกว่าหัวใจพองโต แม้ถูกเสียดสี กระแทก แดกดัน ด้วยสัจจะ ด้วยมายา ด้วยลีลา เพราะแก่นธรรมของท่านมิลาเรปะเป็นคำที่เข้าใจง่าย ตรงไปตรงมา ชัดเจน และคงไม่มีสิ่งใดเป็นสัจจะได้มากไปกว่านี้ แต่มันช่างยากเหลือคณา ที่จะนำมาเขียนเป็นบทเพลง แล้วทำให้ทุกบริบทแห่งแก่นธรรมของท่านมิลาเรปะไม่สูญหายไป จึงได้เก็บคำสอนนี้บ่มไว้ภายใน
จนกระทั่งวันหนึ่งในกลางปี 2017 ได้แต่ง “บทเพลงแห่งมนตราปรัชญาปารมิตา” ออกมา และในปลายปีเดียวกันนั้นก็ได้แต่ง “เพลงหนทางแห่งโพธิสัตว์” เป็นเพลงที่สอง
ถึงกระนั้นบทเพลงแห่งเทือกเขาหิมะ ก็ยังไม่มีวี่แววที่จะทำให้ปรากฎออกมาได้สักที จนกระทั้งเช้าวันหนึ่งในปี 2018 ได้มีเสียงดังก้องในหัวว่า “เสียเวลาทำไมกับอิสระในกรงขัง” หลังจากนั้นเสียงต่างๆก็พรั่งพรูตามออกมาว่า
เสียเวลาทำไมกับอิสระในกรงขัง
เสียงกรีดร้องที่ก้องดังในจักรวาล มันว่างเปล่า
บางเบาเหลือเกินลมหายใจ เปิดตาแต่ปิดใจเวียนวนอยู่ในนั้น…
ในเสี้ยววินาทีนั้นคำร้องและทำนองในใจก็เปิดเผยออกมาว่า
เพลงนี่ต้องเป็นเพลง ROCK เท่านั้น!!!
แล้วก็มันส์อยู่คนเดียวกับสองสามประโยคที่มีอยู่ สุดท้ายทุกอย่างก็จบลงเพียงเท่านั้นไปไหนต่อไม่ได้
ช่างน่าขำขันกับตัวเองยิ่งนักว่า “ทำไม่ได้” ถึงกับต้องรำพีงรำพันกับตัวเองว่า
“โอว์… นี่มันอะไรทำไมถึงยากกกก…..ขนาดนี้ผ่านมาเกือบปีแล้ว” แล้วก็ได้แต่ถอนใจ
(โดยปกติมักจะแต่งเพลงได้ไวมาก 10-15 นาทีก็สำเร็จ)
ในระหว่างนั้นก็ยังอยู่ในกระบวนของการทำเพลงหนทางแห่งโพธิสัตว์อยู่ และเมื่อเวลาที่เหมาะสมเดินทางมาบรรจบ บริบทของบทเพลงที่เหลือก็ได้หลั่งไหลออกมาเติมเต็มในส่วนที่ขาด
หลังจากจบกระบวนการแต่งคำร้องและทำนอง เพลง Rock ได้เติบโตไปเป็น Progressive Rock เพราะอารมณ์ในแต่ละช่วงของดนตรีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เช่นเดียวกับการเล่าเรื่องในเนื้อเพลงสังสารเสสรวล ชาย Guitarist – Guitar Rock ของเรายังต้องเดินทางกลับมาทำการอัดกีตาร์เพิ่มเติมถึง 3 ครั้ง
เพลงสังสารเสสรวลเป็นมุมมองแนวตลกร้าย ในแบบฉบับคำสอนของท่านมิลาเรปะ เสียงที่ใช้สื่อสารการเสสรวลในเพลงเราต้องคิดกลับไปกลับมาหลายตลบ ตัวอย่างเช่นหากลองจินตนาการดูว่าเราไม่มีลิ้นที่จะใช้บังคับในการเปล่งเสียงเป็นคำพูดออกมาได้ เสียงที่ใช้สื่อสารกันในจักรวาลนี้คงมีเพียงแค่เสียง อา โอ อู เอะ เพื่อสื่อสาร และเราได้ใช้เสียงเหล่านี้ประกอบช่วงท้ายของเพลง และยังมีอีกหลายๆเสียงที่ได้นำมาร่วมวงสรวลเสเฮฮาในเพลงนี้
สำหรับบทสรรเสริญท่านมิลาเรปะในตอนต้นและตอนท้ายของเพลง ย้อนไปถึงตอนที่เราได้เดินทางมุ่งหน้าไปยังเขาไกรลาส เหตุด้วยได้ยินคนนำทางนั่งสวดมนต์ไปตลอดทาง บางช่วงใช้การ Chant เสียงต่ำเหมือนที่พระสวดจึงสอบถามได้ความว่า เคยบวชเป็นพระอยู่ 10 ปี คุณพ่อยังคงเป็นลามะอยู่ แต่ตัวเขาได้ออกมาทำงานเป็นไกด์นำเดินทางในทิเบต ยิ่งตอบกลับมาว่าปฏิบัติในสายการ์จูปะ (ต้นสายการปฏิบัติคือท่านมิลาเรปะ) เรายิ่งหัวใจพองโตขึ้นอีก เพราะบทสรรเสริญนี้เป็นคำถามที่ค้างคาใจเรามาตลอดว่าคือบทไหนอย่างไร ต้องขอขอบคุณเปมาที่แนะนำบทสวดนี้
ไม่ว่าด้วยความบังเอิญหรือความจงใจของผู้ใดก็ตาม ระหว่างการสนทนาจึงเล่าให้เขาฟังว่าเรากำลังทำเพลงสังสารเสสรวลอยู่ ซึ่งเนื้อหานำมาจากคำสอนของท่านมิลาเรปะ อยากขอให้ช่วยสวดมนต์เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเพลง เปมาใจดีตอบตกลงทันที เราจึงขอให้คัดเลือกบทสวดที่เป็นบทสรรเสริญมาให้ และทำไกด์ให้เขาได้ฝึกร้องตามจังหวะในเพลง และได้อัดเสียงของเปมากลับมาจากทิเบตและนำมามิกซ์ในผลงานชิ้นนี้
ทุกๆ อย่างที่ผ่านเข้ามาระหว่างทางค่อยๆ ช่วยเติมเต็มภาพต่อและขยายให้บทเพลงนี้ถึงแก่นที่สมบูรณ์ บทเพลงสังสารเสสรวลนี้ไม่ใช่ความสำเร็จของผู้แต่งหรือทีมงาน แต่เป็นของทุกๆคนที่ร่วมทางกันบนโลกแห่งสังสารใบนี้
งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา สังสารเสสรวลก็คงมีสักวันที่ได้ราร้างกันไป