มิลาเรปะ ผู้เป็นดั่งแสงแห่งดินแดนทางทิศเหนือ
ที่มาของบทสรรเสริญมิลาเรปะโดยคุรุนาโรปะ
เมื่อผ่านพ้นความยากลำบากของการสลายบาปกรรมทั้งหลาย มิลาเรปะก็ได้เป็นศิษย์ของท่านอาจารย์มาร์ปะโดยสมบูรณ์ ท่านอาจารย์มาร์ปะได้มอบมนตราภิเษกและคำสอนให้มิลาเรปะ และให้มิลาเรปะไปบำเพ็ญสมาธิในถ้ำตักญา ระหว่างนั้นท่านอาจารย์มาร์ปะเดินทางไปสอนและปฏิบัติภารกิจต่างๆ และต่อมาท่านก็ได้รับสัญญาณบอกจากพระฑากินีว่าท่านอาจารย์นาโรปะได้ละสังขารแล้ว
ช่วงเวลาต่อมา ขณะที่มิลาเรปะก็ยังบำเพ็ญสมาธิอยู่ในถ้ำ พระฑากินีได้แนะนำมิลาเรปะให้ขอคำสอนเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายจิตจากอาจารย์มาร์ปะ ซึ่งเมื่อมิลาเรปะได้ไปขอคำสอน อาจารย์มาร์ปะจึงรู้ว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องกลับไปอินเดียอีกครั้ง ซึ่งเมื่อท่านกลับไป ก็ได้รับแต่คำบอกเล่าว่า ท่านมาช้าเกินไป เพราะท่านอาจารย์นาโรปะได้ละสังขารไปเสียแล้ว อย่างไรก็ตามครูบาอาจารย์หลายท่านก็ให้คำแนะนำในการภาวนาถึงอาจารย์นาโรปะรวมทั้งทำพิธีกรรมและบำเพ็ญกุศลต่าง และยังทำนายว่ามาร์ปะจะต้องได้พบกับท่านนาโรปะอย่างแน่นอน
มาร์ปะเที่ยวออกตามหาท่านอาจารย์นาโรปะทุกแห่งหนที่สามารถจะไปได้ และทำพิธีถึงท่านอยู่เป็นแรมเดือน ในที่สุดเมื่อมาร์ปะสามารถทำสมาธิถึงพระอาจารย์นาโรปะด้วยจิตแน่วแน่ต่อเนื่องเป็นเวลาเจ็ดวัน ท่านนาโรปะก็ปรากฏขึ้นและได้มอบคำสอนที่เหลือให้จนหมดสิ้น และเมื่อมาร์ปะอธิบายว่าการมาครั้งนี้เนื่องมาจากมิลาเรปะได้ขอให้มอบคำสอนให้ ท่านนาโรปะจึงได้ขับขานบทสรรเสริญว่า
བྱང་ཕྱོགས་མུན་པའི་སྨག་རུམ་ན།།
གངས་ལ་ཉི་མ་ཤར་འདྲ་བ།།
ཐོས་པ་དགའ་ཞེས་བྱ་བ་ཡི།།
སྐྱེ་བོ་དེ་ལ་ཕྱག་འཚལ་ལོ།།
ชังชก มุนเป มักรุม นา
คังลา ญีมา ชาร์ตา วา
เทอปา กาเย ชาร์วา ยี
เคโป เทลา ชักซา โล
ที่ดินแดนทางทิศเหนืออันมืดมนอนธการ
ยังมีผู้เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ส่องแสงเจิดจ้าบนพื้นหิมะ
คือท่านเทอปากาผู้ดำรงอยู่
ข้าฯขอน้อมคารวะท่าน