Samsara Satire

สังสารเสสรวล

ช่างน่าเย้ยหยันหากมัวเขลาอยู่ในสังสาร และหลงลืมคำสอนภายในอันศักดิ์สิทธิ์เสียสิ้น
บทเพลงจากธรรมคีตาของมิลาเรปะ

All Sound Produce & Programming by
Mint Traetulakarn

Written, Compose & Arranged by
Mint Traetulakarn
คำร้อง ทำนอง เรียบเรียง มินท์ แตรตุลาการ

Inspired by Milarepa’s Song of the Snow Ranges
เพลงแต่งขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจาก บทเพลงแห่งเทือกเขาหิมะของมิลาเรปะ

Guitar
Sarawut Nonzee
ศราวุธ นนทรีย์

Tibet Chant Vocals Pema

Chorus Mint Traetulakarn

illustrator : Mint Traetulakarn

Executive Producer
Sutthana Vichitrananda
ศุทธนา วิจิตรานนท์

Cinematographer and Film Editor
Mint Traetulakarn

Assistant Camera
Sutthana Vichitrananda
Thanadra Thongsima

Copyright 2019 by MINT TRAETULAKARN. All Right Reserved.

สังสารเสสรวล

ย้อนไปเมื่อปี 2017 ที่พวกเราทีมงานได้มีโอกาสเดินทางไปในสถานที่หลายแห่งที่ล้วนมีเรื่องราวที่น่าสนใจ และเราได้รับสิ่งดีๆ มากมาย ระหว่างทางได้มีการพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และมีความตั้งใจตรงกันว่าจะนำแก่นสาระแห่งคำสอนและบทธรรมคัมภีร์มาทำเป็นบทเพลง สื่อสารและถ่ายทอดออกมาในหลากหลายรูปแบบ เท่าที่พวกเราจะพอมีกำลังและความสามารถ…

พันธนาการตรึงตอกตรวนความคิดสร้างโลกสมมุติใบใหญ่ มีเมืองมีเงินมีสมบัติ  มีความรักมีครอบครัวมีฉันมีเธอมีเขา มีเรามีทุกสิ่งมีปัญหามีทะเลาะมีขัดแย้งมีแต่ทุกข์มากมาย ทั้งที่เกิดมาเพื่อตายจากกันไป ก็ยังทิ้งเวลาให้ผ่านไปกับมายาที่ลวงใจเหล่านั้น 

พันธนาการติดยึดความต้องการได้แต่ผลาญเผาปราถนา ที่ยั่วยวนที่หอมหวลที่หลอกลวงก็ยังหวงก็ยังหลงว่าเป็นฉันเป็นเธอเป็นเขา เป็นเราเป็นทุกสิ่งเป็นความจริงหรือไม่จริงว่าร่างกายเป็นแค่เปลือกที่หุ้มห่ออาจม ก็ยังหลงแต่งเติมที่เปลือก จนหลงเลือนแสงสว่างภายในดังเส้นผมที่บังตา

มันมีจริงไหมคำว่ารักมันมีจริงไหมคำว่าผูกพัน หรือแค่ผู้มาเยือนที่ผ่านเข้ามาทักทายหมดเวลาก็ผ่านไป ดิ่งดำลงมหาสมุทรในใจดิ่งดำหลงอยู่ในทะเลมายาเคยเจอไหมกับสิ่งที่ใจโหยหาความสุขความรักเงินตรามิตรหรือศัตรูหรืออยู่เป็นนิรันดร์ โลกใบนั้นมันช่างน่าขันวนเวียนวนวนเวียน

เสียเวลาทำไมกับอิสระในกรงขัง เสียงสะท้อนที่ก้องดัง (เสียงกรีดร้องที่ก้องดัง) ในจักรวาลมันว่างเปล่า บางเบาเหลือเกินลมหายใจเปิดตาแต่ปิดใจเวียนวนอยู่ในนั้น

(โลกช่างน่าขบขันหากไม่เห็นแสงธรรมแห่งปัญญา โลกช่างน่าเย้ยหยันที่ระเริงกับอารมณ์เกลียดโลภ โกรธ หลง รัก หวงห่วงหา ปลดปล่อยชีวิตที่โง่เขลาจากกลลวงแห่งมายาปลดสิ่งลวงตาปล่อยความทุกข์จากสังสาร)

ยากเย็นสักเพียงไหนกว่าจิตประสานร่างกายอย่าตื่นมาแค่ต้องตายอย่าปล่อยเพียงให้ร่างกายต้องผุพัง อย่ามัวแต่เสียเวลาเพียรหมั่นฝึกฝนข้ามไปยังฝากฝั่งนั้น

ฉันก็เพียงแค่ผู้มาเยือนชั่วคราวหมดเวลาก็ผ่านไป

Enslaving, chaining our every thought, inventing the fictitious world.Having it all – country, money, estate, family, me, you, them, us, every and all, problems, arguing, conflicting, myriad sufferings.Aren’t we just born to be dying and parting? Still, we are wasting time with these useless illusions.

Enslaving, chaining our every want, burning our desires. Enchanting, luring, deceiving, but still clinging, thinking that it is mine, it is yours, theirs, ours, attaching to everything so tightly that it is real or unreal. Is the body not just the skin that wrapped our waste? Still, we are tending to this skin, losing the inner light, just like the hair that blocks your sight.

Is love real? Is our bonding real? or they are just visitors, coming by to greet us, and leave in due time. Plunge into our inner ocean, sinking deep into the sea of maya, have your desire ever be wholly fulfilled? those yearnings for happiness, love, money, friends, foes, or the everlasting one.How ridiculous of the world, spinning round and round and round.

Why wasting time with the imprisoned freedom. The loudest echo (the loudest Scream) in the universe is so empty. Each breath is so fragile. Eyes are open, minds are shut, caught in its own whirl.

How ridiculous of this world if one cannot see the light of wisdom. How absurd to indulge in these feelings of hatred, jealousy, anger, lust, love, cherish, worry. Releasing the life fooled by Maya, awakening from the illusions, freeing from sufferings of samsara.)

How rare it is when the soul meets the body.  Don’t wake up each day and just dying, do not let this body only uselessly decaying, do not waste your time, practice hard to cross to the other shore. 

I am just a visitor when the time comes I will go.

Cinematographer's Corner

สังสารเสสรวล

เป็นความตั้งใจที่จะไปยังสถานที่ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับท่านมิลาเรปะ เราจึงวางแผนการเดินทางไปยังภูเขาไกรลาส ทิเบต ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความเชื่อว่าเป็นที่ที่ท่านมิลาเรปะได้เคยไปฝึกปฎิบัติที่นั้น…

มิลาเรปะ

จอมขมังเวทย์ผู้ฉกาจ โยคีผู้โดดเดี่ยว
คีตกวีแห่งธรรมอันลุ่มลึก ธรรมาจารย์ผู้เป็นที่รัก

มิลาเรปะ ผู้เป็นดั่งแสงแห่งดินแดนทางทิศเหนือ

ที่มาของบทสรรเสริญมิลาเรปะโดยคุรุนาโรปะ

รู้จักไกรลาสและมาปัม ผ่านธรรมคีตาของมิลาเรปะ

ระหว่างทำสมาธิที่เขาไกรลาส มิลาเรปะถูกท้าทายโดยหญิงสาวผู้ปราชญ์เปรื่อง ซึ่งต่อมากลายเป็นศิษย์เอกหญิงของมิลาเรปะ

ตอนที่ 1 ภูเขาหิมะไกรลาสและทะเลสาปมาปัม

เมื่อมิลาเรปะและศิษย์เอกคือ เรชุงปะ กำลังเดินบาตรและช่วยเหลือสรรพสัตว์อยู่ในสถานที่เรียกว่า ทะเลสาบน้อยทั้งห้า ในแคว้นดริทสัม ชื่อเสียงของท่านเป็นที่เลื่องลือยิ่ง มีหญิงสาวผู้ได้ยินชื่อเสียงของท่าน จึงเดินทางมาเพื่อตรวจสอบดูว่าสิ่งที่ผู้คนเลื่องลือนั้นจริงแท้เพียงใด

ตอนที่ 2 เรชุงมาตัดสินใจขอเป็นศิษย์

เมื่อได้ฟังคีตาของมิลาเรปะ เรชุงมาก็รู้สึกถึงศรัทธาที่เปี่ยมล้น นำ้ตาไหลพรากมาที่แก้ม นางตัดสินใจขอเป็นศิษย์ของมิลาเรปะ

ตอนที่ 3 การตรวจสอบตัวเอง

มิลาเรปะขับขานคีตาเกี่ยวกับการตรวจสอบตัวเอง เพื่อตอบเรชุงมา ผู้ซึ่งขอปฎิบัติธรรมและใช้ชีวิตเยี่ยงท่าน

ตอนที่ 4 การทดสอบศรัทธา

มิลาเรปะต้องการทดสอบศรัทธาของเรชุงมา

ตอนที่ 5 ความตระหนักรู้ 15 ข้อ

เรชุงมาขับขานคีตา "ความตระหนักรู้ 15 ข้อ" เพื่อตอบมิลาเรปะที่ทดสอบศรัทธาของนาง

หนทางแห่งโพธิสัตว์

บทเพลงแห่งมนตราปรัชญาปารมิตา