Kailash Mountain

คำพุทธพยากรณ์กล่าวว่า
ภูเขาหิมะแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของโลก
ที่ซึ่งสิงโตหิมะเต้นรำ
ยอดเขานั้นเป็นดั่งสถูปแก้ว
สวรรค์สีขาวเปล่งประกายของพระเต็มชก

ภูเขาหิมะที่ล้อมรอบไกรลาสอยู่นั้น
ล้วนเป็นสถานแห่งอรหันต์ทั้งห้าร้อย
ที่ซึ่งเทพทั้งแปดเหล่าล้วนสักการะ
รายล้อมไปด้วยเนินเขาและบึงน้ำ
อุดมไปด้วยพืชพรรณหอมอบอวล
ต้นกำเนิดทิพยโอสถ
ถิ่นแห่งโยคีผู้บรรลุธรรมทั้งหลาย
ณ ที่นี้เอง จักเป็นที่สำเร็จซึ่งสมาธิ
ไม่มีที่ใดประเสริฐกว่านี้อีกแล้ว
ไม่มีที่ใดมหัศจรรย์กว่านี้อีกแล้ว

=มิลาเรปะ=

เรื่องราวแห่งภูเขาไกรลาส

เขาไกรลาสเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญซึ่งพระอาจารย์มาร์ปะได้กำชับไว้ให้ท่านมิลาเรปะเดินทางมาภาวนา
เพื่อเป็นการเชื่อมโยงและรำลึกถึงท่าน เราจึงได้เดินทางไปเพื่อจาริกและถ่ายทำภาพของเพลงสังสารเสสรวลที่นี่

ไกรลาสมีหลายชื่อเรียกและมีหลายตำนานความเชื่อ และคงเป็นไม่กี่สถานที่ในโลกที่เป็นศูนย์รวมศรัทธาจากผู้คนในหลายศาสนา ผู้ศรัทธากล่าวถึงเขาไกรลาสว่าเป็นดั่งเขาพระสุเมรุ ศูนย์กลางแห่งจักรวาล เป็นแกนเชื่อมต่อโลกมนุษย์กับสวรรค์ หรือโลกกายภาพกับโลกทางจิตวิญญาณ เขาไกรลาสยังมีรูปทรงคล้ายปิรามิดและยังมีความแปลกที่ทั้งสี่ด้านของภูเขานั้น หันตรงไปยังทิศทั้งสี่ตามเข็มทิศ และที่ตั้งของไกรลาส อยู่ห่างจากขั้วโลกเหนือเป็นระยะทาง 6,666 กม. อยู่ห่างจากขั้วโลกใต้ 13,332 กม. (สองเท่าของระยะจากขั้วโลกเหนือ) และอยู่ห่างจาก Stonehenge เป็นระยะทาง 6,666 กม.เช่นกัน

Credit Picture : Google Earth

ชาวพุทธวัชรยานเชื่อว่าที่นี่เป็นที่ประทับของพระยีตัมองค์สำคัญคือพระเต็มชก (จักรสัมวระ) ซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนีปางพิโรธและพระฑากินีวัชรวราหิ และสำหรับชาวพุทธเพิน เชื่อว่าที่นี่เป็นที่ประสูติของพระพุทธเจ้าเติมปา เชนรับ และไกรลาสเป็นแกนกลางของโลกมีลักษณะเป็นสวัสดิกะ 9 ชั้น

นอกจากนี้ยังมีตำนานที่กล่าวว่าพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนีได้มาปรากฏที่นี่อย่างอัศจรรย์พร้อมทั้งพระอรหันต์ 500 รูป เพื่อที่จะสยบมารที่จะมารื้อถอนภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ออกไป ทั้งสี่ด้านของภูเขามีรอยพระบาทของพระองค์อยู่ซึ่งเชื่อว่าเป็นการประทับเพื่อตรึงเขาไกรลาสเอาไว้ และเชื่อว่าภูเขาโดยรอบเป็นสถานที่ของพระอรหันต์ ซึ่งเรื่องราวนี้ยังปรากฏในธรรมคีตาของท่านมิลาเรปะที่ว่า

“ภูเขาหิมะที่ล้อมรอบไกรลาสอยู่นั้น ล้วนเป็นสถานแห่งอรหันต์ทั้งห้าร้อย”

สำหรับถ้ำซึ่งเชื่อว่าท่านมิลาเรปะได้เคยมาภาวนา  ต่อมาได้มีการสร้างวัด (Zutrulpuk Gompa) ไว้ที่นั่นด้วย

ชาวทิเบตเรียกสถานที่นี้ว่า “คังริมโปเช” (ยอดเขาหิมะอันประเสริฐ)
และยังมีชื่อเป็นภาษาชางชุงว่า “ติเซ” ซึ่งหมายถึง ยอดแห่งต้นน้ำ
ในทางกายภาพจะเห็นว่าไกรลาสเป็นต้นน้ำของแม่น้ำสำคัญสามสายคือ
สินธุ พรหมบุตร และสตลุช

ศาสนาเชนเชื่อว่าไกรลาสเป็นที่ซึ่งองค์ตีรถังกร (ศาสดา) องค์แรกคือพระฤษภเทพ ได้เข้าสู่โมกษะตามคติเชน

เขาไกรลาสยังเป็นที่ศรัทธาของชาวฮินดู ซึ่งเชื่อว่าที่นี้คือที่สถิตของพระศิวะ ซึ่งท่านอยู่ที่นี่กับพระชายาคือพระแม่ปารวตี และที่เขาไกรลาสมีทะเลสาบ Gauri Kund ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่สรงน้ำของพระแม่ปารวตี ซึ่งเกี่ยวโยงกับตำนานการเกิดของพระพิฆเนศ เชื่อว่า ณ ทะเลสาบ Gauri Kund แห่งนี้เป็นสถานที่เกิดของพระพิฆเนศ ซึ่งท่านเกิดจากการสร้างและประทานชีวิตให้เกิดขึ้นมาโดยพระแม่ปารวตีในช่วงที่ท่านสรงน้ำในระหว่างที่พระศิวะไม่อยู่ เมื่อถือกำเนิดขึ้นมาแล้วพระแม่ได้ขอให้พระพิฆเนศช่วยเฝ้าทางเข้าทะเลสาบนี้ไว้ ไม่ให้ใครเข้ามาอย่างเด็ดขาดในระหว่างที่กำลังสรงน้ำ เมื่อพระศิวะกลับมาและจะเข้าไปในบริเวณนี้ จึงถูกพระพิฆเนศขัดขวางไว้อย่างเข้มแข็งเด็ดขาดตามคำสั่งพระมารดา และด้วยไม่ได้เคยพบกันมาก่อนจึงไม่รู้จักกัน พระศิวะนั้นด้วยความกริ้วจึงตัดเศียรพระพิฆเนศที่เข้ามาขัดขวาง ซึ่งเมื่อพระแม่ปารวตีออกมาก็ห้ามไม่ทันเสียแล้ว ท่านเศร้าโศกเสียใจอย่างล้นพ้น ร้องวิงวอนขอให้พระศิวะนำชีวิตพระพิฆเนศกลับคืนมาให้ได้ พระศิวะก็ทรงเสียใจไม่น้อยที่ได้ตัดเศียรและทำลายลูกตัวเองไป จึงรีบรุดออกไปในป่าเพื่อหาเศียรกลับมาให้ลูกดังเดิมก่อนที่เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานจนแก้ไขอะไรไม่ได้ ในป่านั้นท่านพบศีรษะของช้างจึงรีบนำกลับมาต่อเป็นเศียรให้พระพิฆเนศและชุบชีวิตกลับคืนมาได้

ไม่ว่าผู้คนจะมาจากศรัทธาใด เมื่อไปจาริกรอบไกรลาสเราต่างร่วมทางกันไปเส้นทางจาริกรอบไกรลาสมีระยะทางทั้งหมด 52 กม. โดยเฉลี่ยนั้นผู้เดินคอราจะแบ่งการเดินเป็นประมาณ 3 วัน แต่ก็มีหลายคนสามารถเดินได้ภายในวันเดียวซึ่งใช้เวลาประมาณ 15 ชั่วโมง แม้เส้นทางเดินนั้นไม่ง่ายเลย และต้องเผชิญกับสภาวะความสูงถึง 5,500 เมตร ที่เตรอมาลา ซึ่งเป็นจุดข้ามสูงสุด แต่ผู้ศรัทธาก็ล้วนมุ่งหน้าไป บางคนเดิน บางคนอุ้มกันไป บางคนขี่ม้า บางคนต้อนจามรีไปด้วย บางคนกราบรอบภูเขา เชื่อว่าทุกๆคนก็ล้วนเป็นแรงบันดาลใจให้แก่กันและกัน บนหนทางอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งภายนอกและภายในใจแห่งนี้